วันนี้ออกไปลัลล้าๆ กับเพื่อนยศและเพื่อนออม สองเพื่อนสนิทที่คบกันมาเกือบจะสิบปีเต็ม ออมนี่เหมือนแม่อีกคนทีเดียว ถ้าไม่มีออม ก็คงไม่มีไอ้กอฟอย่างทุกวันนี้ ทั้งเรียน ทั้งเงิน ขัดสนอะไรบอก ออมจัดให้ ทุกวันนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้นอยู่เหมือนเดิม

ออม ทำงานอยู่รพ. แถวๆ บางแค แล้วรับเวรเยอะ ตอนผมนอนอยู่รพ.เกือบสองเดือน มาแค่หนเดียว แต่ก็เข้าใจด้วยหน้าที่การงานนั่นแหละ หลายวันก่อนไอ้เจ้าสองคนหนีไปกินข้าว ปล่อยให้เพื่อนกอล์ฟนอนอืดอยู่บ้าน แล้วออมก็บอกยศว่า รู้สึกผิด ที่ไม่ค่อยได้มาเยี่ยมผมเลย ทั้งๆ ที่ไม่ไกลมาก จะโทรมาหาก็ไม่กล้า กลัวผมโกรธ...

ยศมันมาเล่าให้ผมฟัง ผมเลยบอกว่ากูน่ะไม่โกรธหรอก แต่ถ้ารู้สึกผิด ก็บอกออมให้มารับโทษซะโดยดี

คนอย่างผมน่ะ อะไรก็ซื้อไม่ได้หรอกครับ

<b>นอกจากของกิน 5555</b>

ไจแอนท์ มื้อวันเสาร์ที่ 23 ก็เกิดขึ้น โดยมีเพื่อนออมเป็นเจ้ามือ ส่วนเพื่อนยศที่เพิ่งได้งานแต่ยังไม่ได้เงินเดือน ผมก็ลากคอไปด้วย เพื่อนออมสงสาร เลยเลี้ยงทั้งคู่

บอกแระ ออมน่ะ เหมือนแม่อีกคนจริงๆ

ผม บอกออมว่า อย่าคิดมากเลย ไม่ว่างมาก็คือไม่ว่างมา ไม่ใช่ไม่อยากมา ไม่ต้องห่วงหรอก ตั้งแต่วันนั้น ผมแทบจะไม่เคยโกรธใครเลย เพราะโกรธกันไปวันนี้ พรุ่งนี้รถชนตาย จบ!

เสียความรู้สึุกทั้งคู่ ไม่เกิดประโยชน์

จริงไหมครับ

การ เดินทางมากินไจแอนท์ครั้งนี้ก็ไม่ยากหรอกครับ พี่กบ พี่สาวที่แสนดีของผมเป็นคนไปส่ง แล้วชีก็ไปดูหนังต่อที่ House RCA เรื่อง Pope Joan ดูแล้วก็เล่าจนผมอยากไปดูเองเลย เฮ้อ...เดินได้นี่คงเดินสายดูหนังวันละสามเรื่องเหมือนตะก่อน

พอผมกินเสร็จก็นั่ง taxi ไปหาพี่กบที่ House แล้วก็กลับด้วยกัน

ก่อน กลับบ้านผมวนไปที่ Lotus บางพลี เป็นครั้งแรกในรอบสามเดือน เพื่อที่จะไปจัดการที่ธนาคาร และเพื่อจะไปเอาหนังสือที่ se-ed ที่สั่งไว้

ขากลับ พี่กบเลือกกลับเส้นสนามบิน แทนที่จะเป็นกิ่งแก้ว
ใจผมเริ่มหวิวๆ ขึ้นมา

ภาพเหตุการณ์วันนั้น มันย้อนกลับมาอีกแล้ว
ในที่สุด ตอนที่กำลังจะผ่านจุดเกิดเหตุ ใจมันเริ่มสั่น

น้ำตาที่เคยคิดว่ามันจะไม่ไหลเพราะเรื่องนี้อีก มันก็ไหลมาเหมือนเคย

ผมตัวสั่นแล้วนั่งร้องไห้อย่างที่ไม่คิดว่าจะเป็น ทั้งๆ ที่คิดว่าตัวเราเองก็ใจแข็งพอ

หลายๆ อย่่างในชีวิตคนเรา แม้มันจะผ่านไปแล้ว แต่มันก็ไม่เคยจบ มันยังคงวนเวียนอยู่ตรงนี้ ให้เราได้จดจำ และยังคงหวาดกลัวมัน...เหมือนเดิม

Comment

Comment:

Tweet