น้ำตาไหลอีกแล้ว

posted on 06 Dec 2009 11:52 by epinephrine in Life
เมื่อวานวันพ่อ ผมก็กอดพ่อไปตั้งแต่วันที่ 4 ที่พ่อมาเยี่ยมที่โรงพยาบาล ตั้งแต่ผมรถคว่ำ พ่อทำงานหนักกว่าเดิม เพื่อหาเงินมาจัดการค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากรถ

ขอบคุณครับพ่อ

แต่พักเรื่องรถชนไว้ก่อน เพราะยังไม่ได้รูปมา

เรามาคุยเรื่องพ่อของแผ่นดินกันดีกว่า

เมื่อวาน พระองค์เสด็จออกมหาสมาคม ทั้งๆ ที่ไม่มีโอกาสพิเศษอะไรเลย ผมคงไม่กล้าคาดเดาอะไรมากไปกว่า พระองค์อยากให้ประชาชนอุ่นใจ ว่าพระองค์ท่านยังอยู่กับพวกเรา แต่ภาพที่พระองค์ท่านเสด็จนั้น ทำให้ผมและคนอื่นๆ คงน้ำตาไหล ด้วยความสงสารพระองค์

การเสด็จโดยประทับรถเข็นนั้น มันทำให้ผมต้องร้องไห้ ในขณะที่พิมพ์อยู่นี้ กำลังดูข่าวของตาสรยุ้ย ผมก็ยังคงน้ำตาไหล

พระองค์มีพระชนมายุมากแล้ว แต่ยังคงไม่ได้พักผ่อนอย่างที่ผู้ที่มีอายุวัยเดียวกันทำ พระองค์ยังคงห่วงใยพวกเราอยู่ตลอดเวลา ภาพที่คุณตาคุณยายไปนั่งรอเข้าเฝ้าพระองค์ และยังคงอยู่จนกระทั่งพระองค์เสด็จกลับไปยังโรงพยาบาล มันทำให้ผมเสียดายที่เกิดเรื่องนี้ขึ้น
และเมื่อสมเด็จพระเทพ ก็ได้ขอให้ผอ. ศิริราช ให้ประชาชนที่อยู่ที่นั่น จุดเทียนชัยถวายพระพร พร้อมๆ กับที่ในหลวง ทอดพระเนตรลงมาพร้อมกับฉายภาพนั้น ยิ่งทำให้ผมน้ำตาไหล

แทบจะไม่มีใครชาติอื่นรู้หรอก ว่าทำไมคนไทยถึงรักในหลวง

พวก Antimonarch อย่างพวกที่กำลังก่อความวุ่นวายในประเทศบางกลุ่มนั้น ก็คิดแต่ว่าเรื่องนี้เป็น Propaganda ที่ทำให้คนถูกหลอก

แต่สำหรับผม พระองค์คือศูนย์รวมของจิตใจอย่างแท้จริง พระองค์ไม่ได้แค่เพียงพูด แต่พระจริยวัตรนั้น ยังเป็นตัวอย่างที่ดีที่ทำให้เราเห็นว่า พอเพียง คือสิ่งที่ทำให้ชีวิตของเรามีสุข
พระราชกรณียกิจที่พระองค์ตรากตรำมาชั่วชีวิตที่พระองค์ครองราชย์ แต่ให้เป็น Propaganda ผมก็คงยอมที่จะเชื่อ

ราชวงศ์จักรีนั้น จริงๆ มีอายุแค่สองร้อยยี่สิบเจ็ดปี (227 ปี) นับถึงตอนนี้ นับว่าน้อยมากถ้าเทียบกับราชวงศ์อิมพีเรียลของญี่ปุ่น หรือราชวงศ์ Orange ของเนเธอแลนด์ แต่ว่าบทบาทของกษัตริย์ในประเทศอื่นนั้น กลับต่างจากในไทยอย่างยิ่ง

ภาพของประเทศไทยที่ทำทุกอย่างเพื่อพระราชา ทั้งๆ ที่ไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ การเคารพ นับถือ จนกระทั่งบูชาเยี่ยงเทพนั้น จัดเป็นสิ่งที่แปลก เพราะไม่ว่าจะเป็นที่ไหนในโลก ที่ยังคงมีกษัตริย์อยู่ ไม่มีที่ไหนเลย ที่กษัตริย์จะมีผลต่อชีวิตของประชาชนอย่างนี้

ครอบครัวผมถูกสอนกันมา ว่าชีวิตเรานั้น ต้องตอบแทนชาติ ต้องรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ เราไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อตนเองหรือครอบครัวเท่านั้น

ผมเชื่อว่าหลายๆ ครอบครัวก็สอนแบบนี้ และคนไทยก็ทำแบบนี้

ดัชนีความสุขของคนไทยนั้น เป็นสิ่งที่บอกได้ชุด จาก 7 กว่าๆ กลายเป็น 9.86 จาก 10 นับเป็นสิ่งที่แสดงได้ชัดเจน ว่าคนไทย ยังมีจุดร่วมของความสุขอยู่ที่เดียวกัน

ผมภาวนาว่า คนไทย คงจะมีความสุขเพิ่มขึ้น มีความสามัคคีกันเพิ่มขึ้น และสุดท้ายแล้ว คนไทยจะไม่ฆ่ากันเอง ทะเลาะกันเอง เหมือนอย่างทุกวันนี้

Comment

Comment:

Tweet

เห็นข่าวแล้วน้ำตาไหลเหมือนกันค่ะ

อยากให้คนไทยสามัคคีเพื่อพ่อหลวงของเราจัง

ปล.ขอพระองค์ทรงพระเจริญ big smile

#1 By Yoneo on 2009-12-06 14:49